คุณปีเตอร์ CEO และคุณศิริลักษณ์ ณรงค์ตะณุพล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ ให้สัมภาษณ์ลงในนิตยสาร Gourmet & Cuisine

27 May 2022
343

ทุกตารางนิ้วของบ้าน คือเซฟโซน

ไม่ว่าบ้านของเราจะหลังเล็กหรือใหญ่ แต่เมื่อใดที่กลับมาบ้านเราจะรู้สึกถึง ความอบอุ่นปลอดภัยเสมอ จนอาจมองข้ามไปว่ารอบตัวนั้นยังมีภัยที่มองไม่เห็นซ่อนตัวอยู่ ทั้งจากสิ่งของเครื่องใช้หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดก็อาจมีสารก่อภูมิแพ้ที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสมาชิกในครอบครัว

เช่นเดียวกับที่ คุณศิริลักษณ์ ณรงค์ตะณุพล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ และ กรรมการผู้จัดการบริษัท อิเควเตอร์ เพียวเนเจอร์ จำกัด(EPN) ผู้ผลิต Pipper Standard ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านจากธรรมชาติ ที่ได้มองเห็นและตระหนักถึงภัยใกล้ตัวดังกล่าว หลังจาสมาชิก ในครอบครัวคือ คุณปีเตอร์ เวียนแมน (CEO) มีอาการแพ้ที่เกิดจากสารเคมีในบ้าน ทั้งระคายเคืองผิวและหายใจไม่สะดวก เป็นที่มาของการตามหาต้นเหตุของอาการดังกล่าว เริ่มจากการสำรวจผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน จนพบว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มอาจเป็นจำเลยสำคัญในเหตุการณ์นี้  จึงขอข้อมูลไปยังผู้ผลิตว่ามีสารเคมีใดบ้างเป็นส่วนผสม เพราะอยากทราบว่าคุณปีเตอร์แพ้สารเคมีตัวไหน

เหตุการณ์นี้จึงเป็นที่มาของการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างจริงจัง มีการนำผลไม้ไทยหลายชนิดมาทดลอง ไม่ว่าจะเป็น กล้วย มะนาว กระเจี๊ยบ มะขาม สับปะรด กระทั่งได้ผลสรุปว่า สับปะรดมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดดีที่สุด สีสวยเหมือนน้ำผึ้ง และมีกลิ่นหอมหวานตามธรรมชาติ Pipper Standard จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีการหมักสับปะรดด้วยโปรไบโอติกส์แบคทีเรีย (Probiotic Bacteria) หรือ จุลินทรีย์ที่ดี ทำให้ได้สารทำความสะอาดธรรมชาติไบโอเซอร์แฟคแตนท์ (Biosurfactant) และเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูง รวมทั้งยังผ่านการทดสอบการแพ้ (Hypo-Allergenic-Certified) ที่สำคัญยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

“เราจึงส่งตัวอย่างน้ำยาซักผ้าไปทดสอบการย่อยสลายกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ พบว่าผลิตภัณฑ์สามารถย่อยสลายได้มากกว่า 90% ภายใน 28 วัน ไม่เพียงดีต่อสุขภาพแต่ยังดีต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าไอเทมแรกของเราคือ Laundry Detergent ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และ Fabric Softener ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก ส่วนไอเทมต่อมาก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากความห่วงใยบุคคลในครอบครัวเช่นเดียวกัน โดยได้ไอเดียจากคุณพ่อของคุณศิริลักษณ์เอง ท่านเป็นโรคตับและบอกว่าอยากได้น้ำยาล้างจานที่ปราศจากสารปนเปื้อน เราจึงได้ทำการทดลองหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการขจัดคราบ การทดสอบการระคายเคือง โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวทดสอบการระคายเคืองผิว กระทั่งได้ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจานที่ปลอดภัย ไม่มีสาร ตกค้าง ก่อนจะต่อยอดด้วยอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านจากธรรมชาติ ที่ช่วยดูแลทุกคนในครอบครัว “ข้อดีของการใช้สับปะรดเป็นวัตถุดิบหลัก คือ สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีผลผลิตตลอดปี เราไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณของผลผลิต ต้นทุนหรือผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ส่วนกระบวนการผลิตนั้น เราให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เรารับซื้อสับปะรดจากชาวสวนด้วยราคาที่เป็นธรรม และใช้ทุกชิ้นส่วนของสับปะรดรวมถึงเปลือกมาหมัก ส่วนกากสับปะรดจะนำไปเป็นอาหารสัตว์ มูลสัตว์ก็นำไปทำปุ๋ยคอก จึงแทบไม่มีของเหลือทิ้งเลย”


คุณศิริลักษณ์กล่าวถึงหัวใจสำคัญของแบรนด์ ซึ่งเป็นปณิธานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดอัตราการเกิดภูมิแพ้ เป็นมิตรต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน “เราเลือกใช้พลาสติกชนิด HDPE ที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ใหม่ และมีการออกแคมเปญ ‘ข.ขวดพิพเพอร์มารีไซเคิล’ เพื่อให้สอดคล้องไปกับแนวคิดดังกล่าว โดยทุก ๆ 5 ขวดนำมาแลกผ้ากันเปื้อนได้ 1 ผืน การเลือกใช้สีและการออกแบบรูปทรงบรรจุภัณฑ์ ล้วนสื่อถึงความเป็นมิตร ความปลอดภัย หยิบจับง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน” คุณปีเตอร์กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ Pipper Standard ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรและนำพืชผลของไทยมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับระดับโลก ไม่เพียงจำหน่ายในประเทศไทยแต่ยังส่งออกทั้งในเอเชียและยุโรป รวมถึงการเดินหน้าจดสิทธิบัตรไปแล้วมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก สำหรับช่อทางการจำหน่ายในประเทศสามารถซื้อได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป หรือซื้อผ่านออนไลน์ www.pipperstandard.com, Shopee และ Lazada” “อยากให้ทุกคนได้ตระหนักว่าสารเคมีอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านมักผลิตด้วยปิโตรเคมีที่เป็นอันตราย จึงอยู่ที่เราจะพิจารณาเลือกซื้อหรือเลือกใช้อย่างไร เพื่อให้คนที่เรารัก ห่างไกลจากสารกระตุ้นภูมิแพ้ รวมถึงการบริโภคอาหารก็ต้องเลือกที่ดีและปลอดภัยเช่นเดียวกัน” คุณศิริลักษณ์กล่าวทิ้งท้าย