Saturday, 28 November 2020

ภูมิแพ้คันผิวหนัง โรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก และผู้ใหญ่ที่ผิวบอบบาง

ผิวหนังที่บอบบาง ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ มักเกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้มากในทารก แต่จะพบในเด็กเล็ก ประมาณ 10-20% มากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งพบที่ 1-3% เท่านั้น ภูมิแพ้คันผิวหนัง มักมีจุดเริ่มต้นจากอาการผิวแห้งคัน เป็นผื่นแดง  ผื่นขึ้นหน้า หรือแสบผิวตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณข้อพับของร่างกาย การเกิดผื่นภูมิแพ้นั้นมีสาเหตุ และปัจจัยที่กระตุ้นให้แสดงอาการได้หลายอย่าง ทั้งยังสัมพันธ์กับอาการแพ้อื่น ๆ ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการกำเริบเป็นระยะ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากพันธุกรรม เพราะส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง มักจะมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น โรคหืด จมูกอักเสบภูมิแพ้

อาการของ ภูมิแพ้คันผิวหนัง

          อาการที่สังเกตได้เอง คือ จะมีผื่นบวม ผื่นแดง หรือผิวแห้งแตก เป็นขุย คันมาก ยิ่งเกายิ่งคัน อาจจะมีตุ่มน้ำด้วย ภูมิแพ้คันผิวหนัง เกิดขึ้นได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่เกิดขึ้นบ่อยในเด็กทารก คือ ใบหน้า ซอกคอ ด้านหน้าของแขน ขา ส่วนผู้ใหญ่ ที่พบบ่อย คือ ด้านในข้อพับแขน ขา หรือด้านนอกของข้อเข่า ข้อศอก รอบคอ ภูมิแพ้คันผิวหนัง สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่นอน เชื่อว่าเกิดจากพันธุกรรม ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดไปจากปกติ เมื่อมีปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดผื่นที่ผิวหนัง

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ

– สิ่งแวดล้อม ละอองเกสร ไรฝุ่น แมลง ขนสัตว์

– สารเคมี สบู่ ผงซักฟอก ทำให้ผื่นผิวหนังอักเสบเป็นมากขึ้นได้

– แพ้อาหาร เด็กที่เป็นเป็นผื่นภูมิแพ้คันผิวหนัง อาจเกิดจากได้รับการกระตุ้นจากอาหาร อาหารที่แพ้บ่อย ได้แก่ ไข่ นม ถั่ว อาหารทะเล

– เชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ทำให้เกิดผื่นขึ้นได้

– ฤดูกาล บางคนเป็นช่วงอากาศหนาว อากาศแห้ง ชื้น แต่บางคนก็อาการกำเริบช่วงหน้าร้อน ที่เหงื่อออกเยอะ ทำให้ผิวอักเสบ เกิดผื่นคัน

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลภูมิแพ้ผิวคันหนัง

– ดูแลความสะอาดเสมอ พยายามอาบน้ำเย็น ทำความสะอาดร่างกาย และล้างมืออยู่เสมอ

– หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง ที่จะทำให้แพ้ คันมากขึ้น เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์​ สารเคมี

– ระวังอาหารที่จะทำให้แพ้ อาหารบางชนิด เป็นตัวกระตุ้นให้อาการแพ้ ผื่นคัน มากขึ้น เช่น นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง อาหารทะเล

– อาบน้ำอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้ง แตกเป็นขุย ใช้สบู่อ่อน ๆ ที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารกันเสีย ที่ระคายเคืองกับผิว ไม่อาบน้ำนานเกินไป คือ ไม่ควรเกิน 5-10 นาที

– บำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ทาครีม หรือโลชั่นทุกครั้ง หลังอาบน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิว ป้องกันผิวแห้ง ระคายเคือง แต่ควรเลือกโลชั่นที่อ่อนโยนกับผิว และไม่มี น้ำหอม

– ระวังสารเคมีในผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม เลือกใช้น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่ไม่มีสารเคมี หรือน้ำหอมแรง ๆ

– ระวังไม่ให้เหงื่อออกเยอะ ถ้าแพ้เหงื่อ รีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย อย่าปล่อยให้เหงื่อออกนาน

          อย่างไรก็ตามควรดูแลตัวเองให้มีภูมิต้านทานอยู่เสมอ กินอาหารที่สะอาด มีประโยชน์และถูกหลักอนามัย หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่มีสารเคมี  ผลิตจากธรรมชาติเป็นมิตรต่อผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากใครที่มีอาการภูมิแพ้คันผิวหนัง อยู่บ่อยครั้ง แต่ยังหาสาเหตุไม่ได้ แนะนำให้ไปทำการทดสอบหาสาเหตุการแพ้ที่โรงพยาบาล เพื่อความแน่นอน และจะได้ป้องกันตัวเองจากสิ่งที่แพ้ได้อย่างตรงจุดอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.gedgoodlife.com/health/11703-atopic-dermatitis/